fbpx

จาก Train to Busan สู่ Peninsula: คุ้มค่าแค่ไหนกับการรอคอย

รูปภาพจาก maxmovie.com

ในปี พ.ศ. 2559 Train to Busan (ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง) ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์สัญชาติเกาหลี จากทีมผู้สร้าง Red Peter Film นำแสดงโดย กงยู และมาดงซอก ได้สร้างปรากฏการณ์ทั่วโลกกับการถ่ายทอดเรื่องราวบนรถไฟความเร็วสูง KTX กับซอมบี้ที่กระจายอยู่เต็มเมือง กวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลายกว่า 4,500 ล้านบาท สำหรับประเทศไทยนั้นนับว่าเป็นภาพยนตร์ซอมบี้ที่สร้างรายได้สูงสุดที่สุดในประวัติการณ์กว่า 74 ล้านบาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2562 ได้รับการยืนยันจากผู้กำกับ ยอนซังโฮว่าได้มีการถ่ายทำภาคต่อของ Train to Busan โดยใช้ชื่อว่า Train to Busan: Peninsula

เนื้อเรื่องย่อของ Peninsula เป็นการดำเนินเรื่อง 4 ปีต่อมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Train to Busan ผู้คนล้มหายตายจากกลายเป็นซอมบี้เกือบทั้งประเทศ คนเกาหลีส่วนหนึ่งอพยพมายังฮ่องกง หนึ่งในนั้นคือจองซอก เขาได้รับภารกิจกลับไปที่เกาหลีอีกครั้งเพื่อนำเงินในรถบรรทุกที่จอดทิ้งไว้ใจกลางกรุงโซลกลับมาให้ได้ภายใน 3 วัน เหตุการณ์ดูเหมือนจะไม่มีอุปสรรคนอกเหนือจากซอมบี้ แต่แท้ที่จริงแล้วกลับต้องพบกับหน่วยพิเศษ 631 ลอบโจมตี เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลยกลายเป็นระหว่างคนที่กลับมาเกาหลี กองกำลังที่อยู่ในเกาหลี และซอมบี้

รูปภาพจาก kbs.co.kr

คุ้มค่าแค่ไหนกับการรอคอย

ผู้เขียนมีความเห็นว่าเนื้อเรื่องของ Peninsula ไม่ได้ต่อเนื่องจาก Train to Busan อย่างที่คิดไว้ ผู้ที่ไม่เคยชมภาคแรกมาสามารถเข้าใจและปะติดปะต่อเนื้อเรื่องได้จากการนำเสนอเรื่องราวจาก Trailer รวมไปถึงต้นเรื่องที่เกริ่นประวัติความเป็นมาของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเกาหลี หากผู้อ่านเป็นคอหนังซอมบี้ก็มีแนวโน้มที่ถูกอกถูกใจกับเรื่องนี้พอสมควร เพราะแทบทุกฉากจะมีการปรากฎตัวของซอมบี้ออกมาจำนวนมาก มีฉากต่อสู้ระหว่างคนกับซอมบี้ด้วยอาวุธปืนละการขับรถหนีฝูงซอมบี้อย่างลงตัว แต่สิ่งที่น่าจะเป็นปัญหามากที่สุดสำหรับเรื่องนี้คือการผูกเรื่องไม่ซับซ้อนทำให้ผู้ชมสามารถเดาเนื้อเรื่องได้อย่างง่ายดาย ผู้เขียนค่อนข้างรู้สึกผิดหวังพอสมควรเนื่องจากภาพยนตร์เกาหลีส่วนใหญ่จะมีการใส่รายละเอียดและผูกปมที่ผู้ชมคาดไม่ถึงไว้เสมอ เช่นเดียวกับข้อคิดในเรื่องที่สามารถใส่ประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของครอบครัวได้มากกว่านี้ ถึงแม้เรื่องราวจะพยายามพูดถึงอยู่บ่อยครั้งก็ตาม อย่างไรก็ดีภายในสัปดาห์แรกที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์รายได้ได้พุ่งทะยานสู่อันดับ 1 ของ Box Office ในหลายประเทศด้วยกัน เช่น เกาหลี ไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์  และเมื่อรวมรายได้จาก 5 ประเทศนี้พบว่าสูงราว 650 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดรายได้ที่นับว่าสูงมากหลังเมื่อเทียบกับภาพยนตร์เรื่องอื่นที่ออกฉายในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และเช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่ทำรายได้เปิดตัววันแรกสูงสุดในปี พ.ศ. 2563 กว่า 4.5 ล้านบาท

หากชาวส่องสื่อคนไหนไปชมภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan: Peninsula มาแล้ว อย่าลืมมารีวิวให้ฟังด้วยนะครับ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ไปดู สามารถดูตัวอย่างภาพยนตร์ได้ข้างล่างนี้เลยครับ

Content Creator

ผู้(ทำตัว)เชี่ยวชาญด้านเกาหลี ในชีวิตประจำวันคนประมาณ 23% เรียกอ๋องโอปป้า ปัจจุบันเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง SeoulEd และกำลังศึกษาตำรา บินไปมาไทยเกาหลีเดือนละครั้ง

Follow Us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Company เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Company

บันทึกการตั้งค่า