fbpx

พนักงานฝ่ายเทคนิคโครงข่ายรวมตัวฟ้องไทยทีวีสีช่อง 3 เรียกร้องค่าชดเชยตามกฎหมาย – อ้างผู้บริหารเก่าสั่งให้ออกโดยไม่บอกกล่าว

เรียกได้ว่าเรื่องที่ตกอกตกใจกับพนักงานที่ดูแลโครงข่ายไม่น้อย ถึงแม้จะทำใจมาสักระยะหนึ่งแล้วกับการถูกให้ออกจากงาน เนื่องจากการหมดสัญญาสัมปทานของไทยทีวีสีช่อง 3 กับ บมจ.อสมท ซึ่งทุกท่านก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องปกติใช่ไหมครับ? แต่แท้ที่จริงแล้วในการเลิกจ้างนั้น เกิดขึ้นโดยฉุกระหุก จนทำให้พนักงานไม่ได้รับเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย จึงเกิดการรวมตัวกันฟ้องร้องที่ศาลแรงงานกลางในวันนี้ (17 สิงหาคม 2563)

โดยตัวแทนพนักงานฝ่ายโครงข่ายของ แผนกวิศวกรรม ของไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมทนายได้เข้ามายื่นฟ้องร้องกับศาลแรงงานกลาง พร้อมหอบหลักฐานจำนวนมากมาให้ศาลดำเนินการฟ้องร้องต่อไป โดยนายณัฐวุฒิ ชลายน ตัวแทนกลุ่มอดีตพนักงานได้เข้ามาดำเนินการฟ้องร้องบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด(มหาชน) หรือไทยทีวีสีช่อง 3 เพื่อเรียกร้องเงินชดเชยจากการถูกเลิกจ้างตามที่กฎหมายระบุ โดยในจำนวนนี้มีพนักงานจำนวนมากที่มีอายุงานมากกว่า 25 ปี โดยพนักงานที่มีอายุการทำงานมากที่สุด ทำงานมาถึง 36 ปีเลยทีเดียว

ส่องสื่อเป็นเพียงสื่อเดียวที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ตัวแทนพนักงานที่มาฟ้องร้องอย่าง “นายณัฐวุฒิ ชลายน” ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อมาดำเนินการฟ้องร้องแทนเพื่อนๆ เราจึงสอบถามถึงการฟ้องร้องในครั้งนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ทำไมถึงต้องฟ้องร้องกัน? และหนทางต่อไปจะทำอย่างไรต่อ?

สารบัญบทความนี้

เล่าเรื่องที่มาที่ไปของการฟ้องหน่อย?

งานของผมคือการดูแลสถานีเครือข่ายช่อง 3 ตามต่างจังหวัด ซึ่งหมดสัญญาสัมปทานกับ บมจ.อสมท เมื่อ 25 มีนาคมที่ผ่านมา พอหมดสัญญา ผมและพนักงานทั้งฝ่ายประมาณ 145 คน รวมฝ่ายแผนงานด้วยเป็น 148 คน ก็ถูกเลิกจ้างทั้งหมด

ก็คือหมดสัญญาปุ๊บก็ถูกเลิกจ้างเลย?

ใช่ แต่เราเข้าใจอยู่ เราเตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าอาจจะถูกเลิกจ้าง แต่เราคาดไม่ถึงคือบริษัทให้เงินชดเชยน้อยเกินไป เราได้ 400 วันก็จริง แต่เงินชดเชยพิเศษตามอายุงาน ตามมาตรา 122 ที่ระบุว่า 360 วัน ในส่วนนี้เราไม่ได้ แม้ว่าเขาจะมีโครงการสมัครใจลาออก ก็ให้แค่ 97.5 วัน ซึ่งก็น้อย ก่อนหน้านี้ฝ่ายบุคคลของช่อง 3 ก็ได้เดินทางมาพูดคุยกับพวกผมตามภูมิภาค 3 ภาค อีสาน เหนือ ใต้ ได้มาพูดคุยเจรจา ยื่นข้อเสนอให้จะมีเงินชดเชยพิเศษให้ 195 วัน แต่พอจริง ๆ ไม่มีพูดถึงที่ว่านี้เลย ไม่ได้ทำตามเลย กลายเป็นว่าได้แค่ 400 วัน ไม่มีเงินชดเชยพิเศษตามที่คุยไว้ และกรณี 97.5 วันของโครงการสมัครใจลาออกก็ถูกหักภาษีค่อนข้างเยอะ

ฝ่ายบุคคลที่มาคุยคือคุณสุชาติ ลูกน้องของคุณอริยะ พนมยงค์ (ผู้บริหารในขณะนั้น) และผมก็ได้คุยกับทนายของบริษัทฯ ว่าเงิน 195 วันหายไปไหน หลังจากนั้นก็ไม่มีพูดถึงเจรจาเรื่องนี้อีกเลย ทั้งจากฝ่ายบุคคล และคุณอริยะ ทำให้รู้สึกว่าพวกผมทำงานกว่า 30 ปี ซึ่งอายุงานสูงสุดในสำนวนฟ้องมีถึง 36 ปี ต่ำสุดมี 10-15 ปี พวกผมเงินเดือนไม่ขึ้นมา 5 ปี โบนัสไม่ได้มา 5 ปี เราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร

เราก็เข้าใจปัญหาของบริษัท แต่เวลาที่พวกเราตกงาน พวกเราเดือดร้อน ผมตกงานตอนอายุ 56 แต่น้อง ๆ บางคนตกงานตอนอายุ 30-40 กว่า จะไปหางานที่ไหน เราก็แค่ขอความเห็นใจจากทางบริษัท ขอแค่เงินชดเชยพิเศษตามกฎหมายที่ควรจะได้ ไม่ได้ขอ 20-30 เดือน

วันนี้ข้อเรียกร้อง 79 รายเป็นการขอเงินชดเชยที่พึงจะได้ตามกฎหมาย?

ใช่ครับ แต่ถ้าเกิดกรณีตามที่ตกลงไม่ได้ก็ต้องว่ากันไป

ในช่วงวันที่ 30 เมษายน 2563 ก่อนวิกฤตโควิด-19 รุนแรง มีข่าวลือว่าทางกลุ่มวิศวกรรมภูมิภาคจะได้คุย ได้คุยกันไหม?

ไม่ได้คุย อ้างว่าติดปัญหาโควิด ตอนแรกเขาจะเรียกไปคุย แต่ก็อ้างว่าติดโควิดนู้นนี่นั่น ก็เลยไม่ได้คุย พอไม่มีการคุยเขาก็อาศัยเวลาช่วงนี้เลิกจ้างเลย

เขาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ไม่มีการยื่นซองเลย?

ใช่ ๆ ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเลย มีแค่หนังสือโครงการสมัครใจลาออก โดยที่ไม่ได้บอกตัวเลขชดเชย ผมถามหน่อยถ้าคุณไม่บอกตัวเลขแล้วใครจะเข้า และวันที่บอกคือบอกวันที่เลิกจ้างวันนั้นเลยว่าเข้าโครงการจะได้เท่าไหร่ ซึ่งมันไม่แฟร์ เพราะรุ่นก่อนๆ ก็มีโครงการนี้แต่บอกตัวเลขชดเชยล่วงหน้าชัดเจน และก่อนที่จะมีโครงการสมัครใจลาออก ก็มีการให้ประเมินผลงานตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้มีแต่การประเมินสองทางคือ เราประเมินเองและเขาประเมินเราด้วย อันนี้แฟร์ แต่ตอนนี้คือให้ประเมินตัวเองฝ่ายเดียว อันนี้เราว่าไม่แฟร์ และมาให้ประเมินช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และผมก็ได้บอกกับฝ่ายบุคคลว่าไม่ใช่เอาแบบประเมินนี้มาให้เป็นข้ออ้างในการเลิกจ้างผมนะ ฝ่ายบุคคลก็บอกว่าไม่นำมาใช้ แต่สุดท้ายหนังสือเลิกจ้างก็เอาแบบประเมินนี้มาใช้ ผมก็ถามว่าแล้วคุณเอาหลักเกณฑ์อะไรมาประเมินว่าผมผ่านเกณฑ์หรือไม่ผ่านเกณฑ์ ถ้าคุณบอกไม่ผ่านคือไม่ผ่านทั้งฝ่ายเหรอ ซึ่งผมบอกได้เลยว่าวัฒนธรรมองค์กรช่อง 3 ไม่เคยมีแบบนี้ ท่านผู้บริหารไม่ผิดผมเข้าใจ ท่านผู้บริหารใจดี แต่มันผิดที่ CEO

ทีนี้การลาออกของอริยะ พนมยงค์ และผลประกอบการหลังอริยะลาออกมีการขาดทุนมากขึ้น เรามองว่าการเลิกจ้างของเราได้รับผลกระทบไหม?

ช่วงที่มีการออกอากาศคู่ขนาน เรามองว่าไม่ได้มีการขาดทุนนะ เพราะทางช่อง 3 แอนะล็อกก็ไม่ได้ถึงกับขาดทุน แค่รายได้หดหายไป ส่วนช่อง 3 เอชดีที่นำคอนเทนท์ของช่อง 3 แอนะล็อกมาออกอากาศที่ช่อง 3 เอชดี ซึ่งเอชดีนี่ ไม่มีต้นทุนการทำรายการเลย

แสดงว่าต้นทุนนี่ทั้งหมดอยู่ที่แอนะล็อก?

ใช่ เพราะรายการทั้งหมด เป็นแอนะล็อกทำ 90% เพราะช่อง 33 ดิจิทัลแทบไม่ต้องทำรายการเลย ไม่ต้องมีทีมงานมาทำรายการเพิ่ม ใช้แต่ทีมงานฝั่งแอนะล็อก แม้กระทั่งรายการที่เป็นของช่องฝั่งดิจิทัลโดยตรงในช่วงแรก ๆ ไม่มีทีมงานของดิจิทัลเลย

และได้มีการเตรียมหรือใจยังว่าแอนะล็อกยุติออกอากาศ แล้วเราจะถูกเลิกจ้าง?

อันนี้ผมเตรียมใจอยู่แล้ว เดรียมใจมาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่สมัยท่านประสาร มาลีนนท์อยู่ นายก็เมตตาบอกพวกผมว่า จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ และท่านก็บอกว่าเดี๋ยวผมจะหาทางออกให้พวกคุณ ไม่ให้ลำบากมากจนเกินไป แต่พอมาถึง ณ วันนี้ มันไม่ใช่แบบนั้น และอะไรที่ท่านฝากไว้ CEO ก็ไม่ได้ดำเนินการสานต่อ ซึ่งผมมองว่าไม่ถูก ที่มาเรียกร้องก็แค่ขอความเห็นใจจากทางบริษัท ให้ช่วยพวกเราหน่อย บางคนอายุมากแล้วและยังมีภาระอยู่ และก็คนที่อายุน้อย ๆ ก็หางานทำไม่ได้ ครอบครัวก็เดือดร้อน เลขาฝ่ายผมก็มีภารดูแลแม่ที่อายุมากแล้ว และสามีก็ป่วย ตัวเขาเองสุขภาพก็ไม่แข็งแรง ยิ่งเดือดร้อนมากขึ้นไปอีก

แล้วตอนนี้ผู้บริหารใหม่ได้พูดคุยบ้างไหม?

พี่สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ เป็นพี่ชายที่ดีนะ เพราะเคยอยู่ช่อง 3 มาก่อน ตอนที่อยู่ก็เคยเข้ามาตรวจเยี่ยมพวกผม เจ้าหน้าที่เครือข่าย ท่านเองก็เห็นสภาพการทำงานความเป็นอยู่ของพวกผมว่าเป็นอย่างไรกัน มีครั้งหนึ่งท่านมาที่จังหวัดน่าน ได้กินเลี้ยงสังสรรค์กัน เช้าวันรุ่งขึ้นก็พาพี่สุรินทร์และคุณประสารไปดูสถานีที่จังหวัดน่าน หรือแม้แต่ตอนไปเชียงใหม่ก็ไปดูความยากลำบากในการเดินทางเป็นอย่างไร ทางใต้เองก็เหมือนกัน อย่างยะลาเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย เจ้าหน้าที่ยะลาก็ไม่ได้เรียกร้องนะ ถึงแม้ว่า 5 ปีไม่มีโบนัส เงินเดือนไม่ขึ้นก็ตาม เวลาฝนตกดินถล่มก็ต้องเดินด้วยระยะทางจากปากทางถึงสถานีกว่า 16 กิโลเมตร รถก็ขึ้นไม่ได้ ต้องเดินเท้าเอาเสบียงขึ้นไป ทุกคนทำงานด้วยใจ และส่วนใหญ่พวกที่ทำงานมา 30 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่เงิน 2,000 กว่าบาท เราก็แฮปปี้และพอใจในสิ่งที่นายท่านผู้ใหญ่ให้ และท่านประธานเคยประกาศว่าพวกเราเหมือนครอบครัวเดียวกัน เราจะไม่ทิ้งกัน งานครบรอบ 25 ปีก็ขึ้นพูดตลอด ใครมีอะไรเดือดร้อนขอให้บอก คุณประสารก็เคยบอกเช่นกัน มีอะไรที่ให้เขาช่วยได้ก็บอกมา

แต่พอหมดวาระของทั้งสอง ก็มีผลตกไปอยู่กับลูกน้องที่ยังอยู่ ไม่ว่าจะรุ่นอดีตหรือรุ่นปัจจุบัน แล้วแต่ผู้ใหญ่เก่าๆ ก็ถูกให้ออกหลายท่าน ไม่ได้ต้องการให้เรียกร้องเงินทองมากมาย เราเข้าใจ เราเห็นใจ และทุกคนก็ยังรักองค์กร ไม่อยากทำลายภาพลักษณ์องค์กร เพราะถ้าเราไม่รักจริง เราคงอยู่ไม่ได้จนถึงขนาดนี้ และช่วงประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ทาง อสมท เขามีเปิดสอบก็มีเจ้าหน้าที่ช่อง 3 หลายท่านเหมือนกัน แต่เป็นในส่วนงานอื่นนะ เขาก็สอบได้ไม่ได้บ้าง ย้ายไปอยู่ช่อง 9 บ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะ เพราะว่าใจส่วนใหญ่ยังอยู่ที่นี่ ทุกคนที่เป็นลูกหม้อช่อง 3 ทุกคนรักท่านประธานและคุณประสาน และผมเข้าใจคุณรัตนา มาลีนนท์นะ เคยเจอตอนอยู่อาคารวานิช ท่านมีจิตใจเมตตา

แต่ที่นี่ผมเข้าใจว่าเหตุที่มันเกิดกับพวกผมก็เพราะว่า การบริหารพลาดของ CEO ส่วนนึง และผมไม่เข้าใจว่านโยบายที่ผ่านมา มันมาจากส่วนงานไหน จาก CEO เองหรือผู้บริหาร การปรับลดขนาดองค์กรเราเข้าใจ เรารู้ แต่ขอแค่ว่าทำอะไรก็ได้ที่บรรเทาความเดือดร้อนเรา

สุดท้ายจะฝากอะไรบ้าง?

เราขอความเห็นใจ ฝากให้ทางบริษัทช่วยลงมาดูหน่อย ส่วนการกลับเข้าไปทำงานอาจไม่มีใครกลับ แต่อาจจะมีน้อง ๆ บางคนก็อยากกลับมาทำที่เดิม เพราะอายุงานยังน้อย และเขายังมีความสามารถ อยากให้ทางบริษัทพิจารณานิดนึง ช่วยดูน้อง ๆ นิดนึง เราอยู่อย่างพี่น้องดังคำกล่าวของประธาน

แสดงความคิดเห็นหน่อย

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.