fbpx

เทยเที่ยวไทย : 9 ปีกับเส้นทางรายการท่องเที่ยวของ LGBT ที่เรียนรู้ทัศนคติของผู้ชมไปพร้อมกับความสนุก

“เหนื่อยไหมแก”
“เหนื่อย”
“เหนื่อยที่เกิดมาใช่ไหม?”

หนึ่งในประโยคที่ผมจำได้และรอคอยรายการนี้เมื่อ 9 ปีก่อน ซึ่งในยุคนั้นการออกอากาศรายการที่มีตัวหลักอย่าง LGBT เป็นสิ่งที่ยากมากในวงการโทรทัศน์ในประเทศไทย ซึ่งถ้าไม่นับแนวประเภทรายการสดที่เน้นคุยเรื่อง Sex ขายอาหารเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศชาย ก็คงจะหารายการที่ LGBT เป็นตัวยืนพื้นหลักของรายการได้ยากมากจริง ๆ แต่นี่คือสิ่งที่ GMMTV ปลุกปั้นขึ้นมา ภายใต้แนวคิด “รายการท่องเที่ยวที่ทุกคนไปเที่ยวตามได้ เสมือนว่าไปเที่ยวกับเพื่อน” และนี่คือรายการ “เทยเที่ยวไทย” ที่เวียนบรรจบครบปีที่ 9 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563

เทยเที่ยวไทย คือการผสมผสานระหว่างความสนุกของชาว LGBT ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างลงตัว ผ่าน 4 พิธีกรตัวหลักอย่าง “ป๋อมแป๋ม – ก็อตจิ – กอล์ฟ – เจนนี่” โดยเน้นการเที่ยวแบบเพื่อนพาไปกันเอง ซึ่งทำให้ผลตอบรับดีตั้งแต่ลงตัวอย่างรายการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2554 เลยทีเดียว หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อยากดูรายการนี้”

ป๋อมแป๋ม – นิติ ชัยชิตาทร Executive Producer ของรายการ เล่าให้ Positioning Magazine ฟังถึงที่มาของรายการว่า “เมื่อกรกฎาคม 2554 ทางผู้บริหารช่อง Bang Channel (ในขณะนั้น) ให้โจทย์มานั้นว่าอยากได้รายการท่องเที่ยวที่สนุกเพื่อออกอากาศในปี 2555 และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนไทยโดยเฉพาะคนเมืองที่นิยมท่องเที่ยวกันมากขึ้น เราก็มองที่ตัวเราว่าเวลาเที่ยวก็อยากไปกับเพื่อน ไม่ใช่กับใครก็ไม่รู้พูดนั่นพูดนี่ พาไปนั่นไปนี่แล้วเรานั่งดูแบบไม่มีส่วนร่วม เพื่อนที่ไปด้วยก็ต้องเป็นกะเทยเหมือนกัน มันถึงจะสนุก เลยออกมาเป็นเทยเที่ยวไทย พอเสนอไปปุ๊ป ก็ไม่ติดขัดอะไร และยังเลื่อนมาออกอากาศในปีนี้เลย”

เทยเที่ยวไทยจนถึงวันนี้ก็ผ่านพ้นการออกอากาศมาทั้งหมด 453 ครั้ง ซึ่งในหลายๆ ครั้งผู้ผลิตรายการก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับผู้ชมแบบมีนัยยะสำคัญ โดยพาะในช่วง 100 ตอนแรกของรายการที่เป็นช่วงพิสูจน์ถึงความอยู่รอดของรายการเลยทีเดียว โดยช่วงที่รายการเจอมรสุมหนักที่สุด คือช่วงตอนที่ 70 ที่ “ก็อตจิ” และทีมเทยเที่ยวไทยได้มีการล้อเลียนคุณยายหลังที่มีปัญหาที่หลัง โดยก่อนหน้านี้ทีมงานรายการได้ไปเรียนรู้การทำ “กุ้งเหยียด” และจึงเป็นคำพูดล้อเลียนที่ว่า “น่าจะจับคุณยายไปเหยียดเหมือนกุ้งนะ ตัวจะได้ตรง”

หลังจากรายการตอนนั้นได้ออกอากาศ ก็ได้มีเสียงของผู้ชมในสังคมออนไลน์ออกมาวิจารณ์ถึงการกระทำนี้ในแง่ลบ จนทำให้ป๋อมแป๋ม ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเอาฉากนั้นออกอากาศต้องออกมาขอโทษผ่านสื่อออนไลน์ และในตอนถัดมาทีมงานรายการจึงเดินทางไปขอโทษคุณยายที่ถูกพาดพิงถึงสถานที่จริง และนำคลิปในตอนนั้นออกทันที

หลังจากนั้นทีมงานก็รับคำแนะนำและคำติชมของผู้ชมมาเรียนรู้ในการทำรายการมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการขยับช่วง “พ่อค้าแซ่บ” ออกมาเพื่อเน้นจุดขายของ 4 เทยแทน รวมไปถึงการกระชับมิตรระหว่างแฟนคลับกับผู้ผลิตรายการ ซึ่งถือเป็นรายการแรกๆ ที่จัดกิจกรรมหลากหลาย มากกว่าแค่การพาผู้ชมไปเที่ยวด้วยกัน เพราะถ้านับดูก็มีตั้งแต่คอนเสิร์ต กีฬาสี ไปจนถึงการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้สนับสนุนที่นับไปนับมาเยอะซะยิ่งกว่าหลายรายการเลยทีเดียว

แต่ช่วงที่ถือว่าเป็นจุดขายที่ทำให้ผมไปเอามาเล่นบ่อยๆ นั่นก็คือช่วงท้ายของรายการ เป็นช่วงผู้สนับสนุนรองใจดี ซึ่งรายการเทยเที่ยวไทยพลิกสถานการณ์จากการไม่มีผู้สนับสนุนในช่วงแรก แปลงเป็นช่วงตลกในหยดสุดท้ายจนฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง หรือการที่เทปที่ 4 แปลงเป็นรวมมิตรในรอบ 3 เดือน ซึ่งไม่เคยมีใครเคยทำ เพราะคนตัดต่อถูกน้ำท่วมที่บ้าน ซึ่งแปลงจากความโชคร้ายเป็นความโชคดีได้ทัน รวมไปถึงช่วงที่ยังอยู่ปัจจุบันอย่าง “คำคมกาละแมร์” ที่ล้อกับ TV culture ในรายการ “เก็บตก” ซึ่งกลายมาเป็นไอเดียหนึ่งรายการ “ต่อปาก ต่อคำ ติดไฟแดง” และช่วง “คำคมจาก 4 เทย” ที่ทุกประโยคเป็นเรื่องจริงที่ถูกล้อมาเป็นคำคมได้โดนใจผู้ชม

The Face Thailand 2 ฉบับเทยเที่ยวไทย บอกเลยไม่ได้มาเล่น ๆ

นอกจากนั้น เทยเที่ยวไทยยังเป็นหมุดหมายแรกให้ GMMTV ใส่ใจกับช่องทางออนไลน์ที่ตัวเองถืออยู่ และแตกแขนงรายการออนไลน์ออกมาอีกมากมาย อีกแง่หนึ่งคือทำให้พื้นที่ของ LGBT ไม่ได้อยู่แค่ในออนไลน์ เพราะเมื่อปี 2557 รายการเทยเที่ยวไทยก็ได้เผยแพร่ออกสู่หน้าจอโทรทัศน์ระดับชาติเป็นรายการแรกในไทย ซึ่งก็ลงสถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 ก่อนที่ถัดมาจะเปลี่ยนแปลงช่องออกอากาศไปเป็นจีเอ็มเอ็ม 25 แทน

รวมไปถึงการจัดการประกวดที่หาทำมากที่สุด อย่าง Wannabe Contest ที่ให้นักศึกษาในสาขาแฟชั่นส่งเสื้อผ้ามาประกวดและลงพื้นที่ถ่ายทำจริงจังพร้อมกับ 4 เทย และจัดการประกวดจนได้ชุดของผู้ชนะมาใส่ในวันจริง นอกจากนั้นในบางช่วงของรายการที่ออกอากาศผ่านทางดาวเทียม เคยขยายวันออกอากาศถึง 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์) หลังจากนั้นปรับเป็นออกอากาศ 90 นาทีเต็ม ก่อนที่จะปรับเหลือ 60 นาทีในช่วงหลัง ซึ่งเป็นการปรับรูปแบบตามที่ผู้ชมร้องขอมา

นอกจากนั้นยังต่อยอดไปเป็นรายการอื่นๆ เช่น “ต่อปาก ต่อคำ ติดไฟแดง” “เสน่ห์ห้องเครื่อง” “เจนจัด ก็อตจิก” “ก็กูทำไม่เป็น” “หนูนก” และรายการ “ทอล์ก กะ เทย” รวมไปถึงแจ้งเกิดทีมงานรายการ ไม่ว่าจะเป็น “ฝน” “ไนเจล” “มั่ม” หรือแม้กระทั่งการที่เทยเที่ยวไทยทำซีรีส์เป็นของตนเอง 2 ตอนจบอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เพราะรายการออนไลน์หลายรายการก็นำรูปแบบของเทยเที่ยวไทยมาทำในแบบของตนเอง ไม่บอกชื่อละกัน ไปดูๆ กันเอานะครับ

จากรถตู้ขนเฟอร์ในวันนั้น สู่โชว์ในวันโน้น และสู่รายการที่หลากหลายในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่เทยเที่ยวไทยพยายามทำเสมอมา คือการช่วยเหลือสังคมเท่าที่ตนเองช่วยไหว และการสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนไทย พร้อมๆ กับสร้างตัวตนของ LGBT ในประเทศไทยให้มีพื้นที่มากกว่าแค่ตัวตลกในละครโทรทัศน์ และเป็นแค่คนที่พูดเรื่องเพศ แต่เทยเที่ยวไทยได้สลัดภาพลักษณ์กะเทยพูดเรื่องหีๆ ควยๆ ออกมาได้เกือบจะหมด (ถึงบางครั้งจะมีบ้างก็ตาม) ให้แต่ละคนในทีมงานรายการสามารถสร้างสรรค์รูปแบบออกมาได้แบบไม่จำเจอีกด้วย

เทยแฟร์ฯ" ปีสุดท้ายสุดประทับใจ "ป๋อมแป๋ม" โบกมือลารายการ "เทยเที่ยวไทย"

เหนือสิ่งอื่นใด คอนเทนต์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นมาต่อเนื่องตลอด 9 ปี ถ้าไม่มีผู้สนับสนุนรายการ และผู้ชมรายการที่คอยให้คำแนะนำรายการ ที่สำคัญบทเรียนที่เทยเที่ยวไทยได้เรียนรู้ คือการฟังเสียงผู้ชมเสมอ เพราะจนถึงปัจจุบันก็ไม่ได้มีงานวิจัยเด่นชัดว่ากลุ่ม LGBT ชอบคอนเทนต์แบบไหน นอกจากเสียงผู้ชมทางออนไลน์ที่ส่งเข้ามา และทีมงานรายการปรับเสมอมา

ว่าแล้ว ก็นัดเพื่อนเลียนแบบช่วง Wannabe On Top ก่อนละกัน ฉันจองพี่กอล์ฟละกันนะ เธอเป็นพี่ก็อตจิไป ส่วนคนนั้นเอาเจนนี่ไปนะ พร้อมละ ถ่ายไปค่า!

แสดงความคิดเห็นหน่อย

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.