fbpx

อมรินทร์ ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ฟาดกำไรร่วมร้อยล้าน – อมรินทร์ทีวีเติบโตทั้งรายได้และเรตติ้ง ถึงเกือบร้อยละ 20!

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3/2563 แก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจากผลประกอบการสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ถึงแม้ถ้าเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนรายได้จะลดลงก็ตาม แต่ยังสะท้อนรายได้ให้เห็นว่ามีกำไรที่มากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึงเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

โดยรายได้ของอมรินทร์ ในไตรมาสที่ 3/2563 มีรายได้ทั้งสิ้น 777,871,000 บาท น้อยกว่าไตรมาสที่ 3/2562 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 828,688,000 บาท โดยแบ่งรายได้เป็นรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการอยู่ที่ 731,411,000 บาท และรายได้อื่นๆ อยู่ที่ 46,460,000 บาท ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ในแต่ละหมวดมีอัตราที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ยกเว้นสิ่งพิมพ์ที่ลดลง

โดยรายได้ถูกจำแนกเป็น รายได้จากธุรกิจธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสือและให้บริการโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งมีรายได้จากลูกค้าภายนอกทั้งสิ้น 298,315,000 บาท และรายได้จากระหว่างส่วนงานอยู่ที่ 91,836,000 บาท ทำให้มีรายได้ในส่วนนี้รวมอยู่ที่ 390,151,000 บาท และเมื่อหักค่าใช้จ่าย (ยกเว้นภาษีเงินได้) ทำให้มีกำไรในส่วนงานนี้คงเหลือทั้งหมด 12,125,000 บาท

ในขณะที่หมวดธุรกิจจัดงานแสดง ผลิตและให้บริการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ มีรายได้จากลูกค้าภายนอกทั้งสิ้น 170,402,000 บาท และมีรายได้จากระหว่างส่วนงานทั้งสิ้น 65,492,000 บาท ทำให้มีรายได้รวมทั้งหมดในหมวดธุรกิจนี้อยู่ที่ 235,894,000 บาท เมื่อหักลบกับรายจ่ายจะเหลือกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ทั้งสิ้น 38,686,000 บาท ซึ่งมากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย

และหมวดธุรกิจผลิตและให้บริการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่องหมายเลข 34 (โครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ประเภทธุรกิจระดับชาติ ระบบความคมชัดสูง) มีรายได้จากลูกค้าภายนอกทั้งหมด 262,694,000 บาท และรายได้ระหว่างส่วนงานอยู่ที่ 15,358,000 บาท ทำให้มีรายได้รวมอยู่ที่ 278,052,000 บาท และเมื่อหักรายจ่ายแล้วจะเหลือกำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ 52,211,000 บาท ซึ่งมากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ได้เพียง 15,108,000 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้เมื่อหักกับรายจ่ายขององค์กรซึ่งลดลงเหลือ 673,328,000 บาท จากไตรมาสเดียวกันของปี 2562 ที่มีรายจ่ายรวมมากกว่า 757,259,000 บาท ทำให้คงเหลือกำไรหลังหักภาษีเงินได้อยู่ที่ 103,141,000 บาท ซึ่งมากกว่าไตรมาสเดียวกันของปี 2562 ที่มีกำไรหลังหักภาษีเหลือเพียง 57,871,000 บาทเท่านั้น

สาเหตุที่ทำให้รายได้ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากมาตรการการผ่อนปรนของรัฐบาลที่ทำให้สามารถเริ่มกลับมาจัดงานต่างๆ ได้มากขึ้น ประกอบกับการขยายตัวของการจัดจำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์ผ่านทางออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อน รวมไปถึงการเติบโตของ “อมรินทร์ ทีวี” ที่รายได้เติบโตกว่าร้อยละ 18.26 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อันเนื่องมาจากเรตติ้งของช่องที่เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยในไตรมาสนี้อมรินทร์ทีวีมีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.696 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2/2563 ที่มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.580 ทำให้เรตติ้งเติบโตมากกว่าร้อยละ 20 เลยทีเดียว ซึ่งจากการปรับตัวและควบคุมรายจ่าย ส่งผลทำให้บริษัทฯ มีกำไรในไตรมาสนี้นั่นเอง

แสดงความคิดเห็นหน่อย

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.