fbpx

เมื่อรายได้น้องยุ้งหายไปเกือบ 500 ล้าน! – แกะรายได้เวิร์คพอยท์ปี 2563

แม้ว่าหลายท่านจะทราบกันก่อนหน้านี้เกี่ยวกับโครงสร้างรายได้โดยรวมของเวิร์คพอยท์ตามที่ส่องสื่อได้นำเสนอไปก่อนหน้านั้นไปแล้ว แต่วันนี้ทีมงานส่องสื่อจะขอเจาะลึกไปยังรายได้แต่ละประเภทกันอีกทีว่ารายได้จากเวิร์คพอยท์ของแต่ละส่วนเกิดขึ้นจากอะไรกันบ้าง? แล้วปีนี้ทำไมน้องยุ้งรายได้ลดลงไปถึงเกือบ 500 ล้านบาท? ติดตามจากบทความนี้กันครับ

สำหรับรายได้รวมของปี 2563 นั้นอยู่ที่ 2,277 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,771 ล้านบาท โดยแบ่งรายได้จากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ได้แก่ รายได้จากรายการโทรทัศน์ร้อยละ 79, รายได้จากคอนเสิร์ตและละครเวทีร้อยละ 1.71, รายได้จากการรับจ้างจัดงานร้อยละ 4.59, รายได้จากการขายสินค้าและบริการร้อยละ 14.68 และรายได้อื่นร้อยละ 0.02 โดยมีเพียงรายได้จากการขายสินค้าและบริการเท่านั้นที่มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมร้อยละ 7.82 ในปี 2562 เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว ส่วนรายได้จากส่วนอื่นๆ ลดลง

สำหรับในส่วนของธุรกิจรายการโทรทัศน์นั้น ในปี 2563 มีรายได้จากช่องเวิร์คพอยท์สัดส่วนร้อยละ 85.7 คิดเป็นมูลค่า 1,541.2 ล้านบาท, รายได้จากออนไลน์ร้อยละ 13.9 คิดเป็นมูลค่า 249.5 ล้านบาท และรายได้จากการขายลิขสิทธิ์รายการร้อยละ 0.5 คิดเป็นมูลค่า 8,100,000 บาท รวมเป็นมูลค่า 1,798.9 ล้านบาทลดลงจากปี 2562 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,193.1 ล้านบาท

ในส่วนของธุรกิจคอนเสิร์ตและละครเวทีนั้น มีรายได้ในปี 2563 แบ่งเป็นรายได้จากผู้สนับสนุนโรงละครอยู่ที่ร้อยละ 62 และรายได้จากการจัดแสดงละครเวทีและคอนเสิร์ตร้อยละ 38 ทำให้มีรายได้รวมในปี 2563 ของส่วนนี้อยู่ที่ 39 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2562 ที่มีรายได้มากกว่า 117.6 ล้านบาท

ในส่วนของรายได้จากการจัดงานนั้น ในปี 2563 แบ่งรายได้เป็นรายได้จากกิจกรรมที่รับจ้างจัดงานร้อยละ 74.8 และกิจกรรมที่จัดโดยบริษัทเองร้อยละ 25.2 คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมดในส่วนนี้อยู่ที่ 104.6 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2562 ที่มีรายได้อยู่ที่ 243 ล้านบาท

และส่วนสุดท้ายคือส่วนของธุรกิจขายสินค้าและบริการ จะมีสองส่วน ส่วนแรกคือการแบ่งรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ โดยในปี 2563 มีรายได้จากการขายร้อยละ 60.9 และการให้บริการร้อยละ 39.1 ในขณะที่ถ้าแบ่งสัดส่วนลงมาอีก ในปี 2563 จะพบว่าเป็นรายได้จากธุรกิจความงามร้อยละ 44.6, รายได้จากธุรกิจบริการประชาสัมพันธ์สินค้า ร้อยละ 34, รายได้จากธุรกิจ Hello Shop ร้อยละ 13.4, รายได้จากการบริหารศิลปิน 1.9, รายได้อื่นๆ ร้อยละ 5.6 และให้เช่าพื้นที่โรงละครร้อยละ 0.5 ทำให้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 334.3 ล้านบาท มากกว่าปี 2562 ที่มีรายได้อยู่ที่ 216.6 ล้านบาท

สิ่งสำคัญที่ทำให้รายได้หายไปเกือบ 500 ล้านบาท เพราะเนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาดอย่างโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ ตลอดไปจนถึงกระทบทั้งการออกอากาศ การถ่ายทำ และการลงโฆษณา รวมไปถึงจัดงานอีกด้วย คงต้องจับตาในปี 2564 กันต่อว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง?

Content Creator

บรรณาธิการบริหาร MODERNIST Studio : ชอบดูทีวี สนใจเรื่องราวของสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อทีวีและวิทยุ ชอบเขียนบทความ เป็นเด็กค่าย #YWC16

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Studio เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Studio

บันทึกการตั้งค่า