fbpx

22 พฤษภาคม 2557 : รัฐประหาร ’57 วิกฤตเสรีภาพสื่อ (อีกแล้ว?)

ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วซึ่งเป็นช่วงที่ทีวีดิจิตอลกำลังจะเริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการ มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นซึ่งมีผลกระทบต่อทีวีดิจิตอลจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงเป็นเหตุการณ์ที่สื่อมวลชนไทยต่างต้องพบเจอจนถึงปัจจุบันอีกเช่นกัน ก็คงจะหนีไม่พ้นเหตุการณ์ “รัฐประหาร ’57” โดยทีมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือที่รู้จักกันดิบดีจนเข้าเส้นว่า คสช. นั่นเอง ว่าแต่ทำไมถึงทำให้เกิดวิกฤตเสรีภาพสื่อล่ะ? วันนี้ส่องสื่อจะเล่าให้ฟัง (เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับสื่อนะ)

เหตุการณ์เริ่มต้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย เริ่มมีคำสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ และนำพลทหารไปควบคุมที่สถานีโทรทัศน์ต่างๆ รวมไปถึงทีวีดาวเทียมที่อิงกับฝ่ายการเมืองอีกหลายช่อง และ Voice TV เป็นทีวีดิจิตอลช่องแรกที่โดนคำสั่ง คสช. ให้ระงับการออกอากาศ

ก่อนที่จะสั่งเชื่อมสัญญาณไปที่ ททบ.5 ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ในช่วงเวลา 16.30 น. เพื่อให้ทุกช่องออกอากาศข้อมูลของ คสช. ซึ่งนั่นเป็นผลทำให้การออกอากาศของทีวีดิจิทัล (ซึ่งเพิ่งออกอากาศไปไม่ถึงเดือน) ถึงกับต้องหยุดชะงักลงเช่นกัน ซึ่งในขณะนั้น คสช. ก็ใช้ช่องทางโทรทัศน์ในการรายงานคำสั่งต่างๆ ที่ตนทำขึ้น รวมไปถึงเรียกรายงานตัวบุคคลสำคัญต่าง ๆ ตลอดเวลาอีกด้วย (และออกอากาศซ้ำไปเรื่อย ๆ) ทำให้จำนวนการเรียกบุคคลต่าง ๆ รวมกันร่วม 500 คนเพื่อให้ไปรายงานตัว

ในวันเดียวกัน หลังจากการออกอากาศทางโทรทัศน์โดนปิดลง ไทยพีบีเอสโดย “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์” รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยในขณะนั้น ได้อนุมัติให้ออกอากาศข่าวสารผ่านรายการพิเศษ “ฝ่าวิกฤตการเมืองไทย” ผ่านทาง YouTube ต่อเนื่องไปอีกตั้งแต่เวลา 19.00 น. โดยมี “ณัฏฐา โกมลวาทิน – วราวิทย์ ฉิมมณี” เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งนั่นเป็นผลให้ทหารเข้าจับกุม “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์” เพื่อไปปรับทัศนคติ และรายการก็หยุดชะงักลงหลังจากออกอากาศไปแล้ว 2 ชั่วโมง

เช้าวันต่อมา (23 พฤษภาคม 2557) สื่อถูก คสช. เรียกไปพูดคุยปรับทัศนคติและสั่งให้งดเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ปลุกปั่น ยุยงเด็ดขาด และสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง (ทั้งดาวเทียม ทีวีดิจิตอล ทีวีแอนะล็อก ทีวีออนไลน์) ก็ยังถูกระงับการออกอากาศเช่นเดิม แต่บ่ายวันเดียวกันนั้น ทีวีแอนะล็อกทั้ง 5 ช่อง (เว้นไทยพีบีเอส) ก็ได้ออกอากาศรายการตามปกติ

24 พฤษภาคม 2557 องค์กรสื่อและทีวีดิจิตอลเรียกร้องไปยัง คสช. ให้คืนเสรีภาพสื่อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหลังจากนั้น คสช. จึงมีคำสั่งออกมาให้ทีวีดิจิตอลออกอากาศได้ตามปกติ โดยขึ้นตราสัญลักษณ์ คสช. อยู่ที่มุมบนขวามือจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2557 จึง นำตราสัญลักษณ์ออก

โดยการเข้ามาของ คสช. ส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการยึดช่วงเวลาไพร์มไทม์ของสื่อโทรทัศน์ให้นำเสนอรายการอวดอ้างสรรพคุณของตนเอง โดยใช้ชื่อว่า “คืนความสุขให้คนในชาติ” ทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. และรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ซึ่งออกอากาศทุกวัน (เว้นวันศุกร์) เวลา 18.01 น. ซึ่งเริ่มออกอากาศตั้งแต่ 30 พฤษภาคม 2557 – 29 มีนาคม 2562

ส่วน Voice TV เริ่มกลับมาออกอากาศได้ในวันที่ 14 มิถุนายน 2557 แต่หลังจากนั้นคำบอกเล่าของทีมงานใน Voice TV รายงานว่าทุกวันจะมีทหารมาคุมที่สถานีเพื่อดูเนื้อหาการออกอากาศที่จะไม่ให้ขัดต่อ คสช. วันละเกือบ 12 ชั่วโมง รวมไปถึงบ่อยครั้งที่ Voice TV ถูกสั่งปิดเนื่องมาจากการนำเสนอที่ขัดขา คสช. อยู่เสมอๆ นอกจากนั้น ทีวีทุกช่องก็ถูกคุกคามพื้นที่ในการอวดอ้างของ คสช. โดยการต้องให้พื้นที่เพื่อออกอากาศรายการที่ คสช. อยากให้ออก และการถูกตรวจสอบข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ

ในขณะที่ฟากหนังสือพิมพ์นั้น สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวฝ่ายตรงข้ามมักถูกเรียกไปปรับทัศนคติ และมีบางครั้งที่สื่อไม่สามารถนำเสนอข่าวกลุ่มฝั่งตรงข้ามได้ เพราะกังวลว่า คสช. จะคุกคามนั่นเอง ไม่นับสื่ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์ที่ถูกคุกคามอยู่บ่อยครั้ง การดำเนินคดีกับสื่อมวลชนที่เกิดขึ้นอีกหลายกรณี การที่ทหารบีบให้สื่อต้องนำเสนอข่าวสารตามที่ต้องการได้ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 คสช. ได้ใช้มาตรา 44 ซึ่งเป็นมาตราครอบจักรวาลในการช่วยเหลือทีวีดิจิตอล 7 ช่องที่ไปต่อไม่ไหว ให้คืนใบอนุญาต และคืนเงินส่วนต่างของปีที่เหลืออยู่ เพื่อยุติการออกอากาศในสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิตอล และรวมถึงการสนับสนุนทีวีดิจิตอลในการสนับสนุนค่าเชื่อมโยงโครงข่ายโทรทัศน์ และตัดจ่ายการจ่ายค่าใบอนุญาตในงวดที่ 5-6  

ทั้งหมดนี้ ผ่านมา 7 ปีแล้ว เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการที่ คสช. เข้ามาควบคุมสื่อมวลชน ทำให้ไม่มีเสรีภาพในการผลิตข่าวสาร และสั่งปิดสื่อบ่อยครั้ง ทำให้สื่อมวลชนไม่กล้าที่จะพูดเรื่องที่ คสช. ไม่ชอบใจได้ และนั่นเองที่อาจจะทำให้สื่อขาดความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก ถ้าไม่มีสื่อที่สามารถเป็นตราชั่งของแต่ละข้างได้

แล้วคุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ปัจจุบัน คิดว่าถอยหลังลงคลองกันอยู่หรือไม่?

Content Creator

บรรณาธิการบริหาร THE MODERNIST STUDIO : ชอบดูทีวี สนใจเรื่องราวของสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อทีวีและวิทยุ ชอบเขียนบทความ เป็นเด็กค่าย #YWC16

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Studio เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Studio

บันทึกการตั้งค่า