fbpx

อินจัน : เมื่อเราไม่อยากเป็นตัวประหลาดของใคร และมุมมองใหม่ที่มีต่อกันตนา

หมายเหตุเนื้อหา : อาจมีเนื้อหาที่เปิดเผยบางส่วนของตอนแรกในภาพยนตร์ซีรีส์ชุดนี้ โปรดรับชมก่อนอ่าน หรือใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความนี้ และเป็นบทความที่มีเนื้อหาแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านั้น ความเห็นของผู้ชมอาจแตกต่างกันได้


ในอดีตเราคงเห็นกันตนาเน้นในการทำละครโทรทัศน์ต่างๆ ออกเป็นจำนวนมาก และหลายเรื่องก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม เช่น ธิดาซาตาน, ห้องหุ่น หรือแม้กระทั่งการทำรายการต่างๆ เช่น คดีเด็ด, ท้าพิสูจน์ เป็นต้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าในยุคที่สตรีมมิ่งแพร่หลายเป็นจำนวนมาก กันตนาก็กำลังปรับตัวเองเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่ใครๆ ก็สามารถรับชมรายการต่างๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลาแล้ว

ที่ต้องเกริ่นเช่นนี้ เพราะว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมเองได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์ซีรีส์ชุด “อินจัน” บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งใหม่อย่าง “Disney+ hotstar” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเป็นวันแรกในวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยภาพยนตร์ซีรีส์ชุดนี้เป็นการร่วมมือกันของกันตนาและทรู ออริจินัล ในการเนรมิตเรื่องราวของอินจันที่แตกต่างกันไป

การถ่ายทำที่กันตนา ศาลายา

ความคาดหวังที่เหนือความคาดหวัง

ซึ่งจากการรับชมที่ผ่านมา ใครหลายคนอาจจะบอกว่าเรื่องดำเนินมาด้วยเรื่องราวที่ค่อนข้างเอื่อยนิดหน่อย แต่กลับกันในมุมมองของผมนั้น ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องราวของอินจันเริ่มต้นได้สวยและรวดเร็วกว่าที่คิด อาจจะเพราะส่วนตัวไม่เคยมีความผูกพันหรือทราบเกี่ยวกับประวัติที่มากพอสมควร ซึ่งแน่นอนว่าการรับชมในครั้งนี้ใครหลายคนคงคิดว่าจะต้องเริ่มต้นจากการเล่าอัตชีวประวัติตั้งแต่เด็กของแฝดสยาม “อินจัน”

แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเรื่องนี้เลย เพราะเรื่องเปิดมาด้วยการพูดคุยกับแพทย์ในยุคสมัยนั้น เพื่อตัดสินใจผ่าตัดอินและจันออกจากกัน นั่นทำให้ผมยังคงงงเล็กน้อย แต่พอเรื่องได้ดำเนินไปสักพักจึงเริ่มเข้าใจการลำดับเรื่องราวที่ค่อนข้างรวดเร็ว และเดาทางค่อนข้างยาก เพราะด้วยจำนวนตอนที่สั้นเพียง 13 ตอนๆ ละไม่ถึง 40 นาที ทำให้การเล่าเรื่องอาจจะต้องกระชับมากขึ้นด้วยเช่นกัน

การถ่ายทำที่กันตนา ศาลายา

แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ต้องชื่นชมคือ นี่เป็นการพัฒนาศักยภาพของทุกฝ่ายในกันตนา ทั้งฝ่าย Post Production ที่ขยับไปในระดับโลก ซึ่งหลายคนอาจจะคิดไปว่ากันตนาไม่มีศักยภาพในการทำรึเปล่า? แต่นั่นคุณกำลังคิดผิด เพราะกันตนานั้นเป็น 1 ใน 7 แห่งของโลกที่เป็นศูนย์รวมงาน Post Production ระดับโลก และภาพยนตร์ที่คุณได้ดูหลายเรื่อง กันตนาก็ช่วยทำ Post Production ด้วยเช่นกัน ไม่เชื่อลองเปิดดูเรื่องดังๆ สักเรื่อง หรือหนังหว่อง กา ไว ก็ได้นะครับ

นอกเหนือจากนั้นที่ต้องชมมากๆ เลยก็คือการคัดเลือกนักแสดงที่งานนี้บอกเลยว่าผู้ที่แสดงเป็นอินจันอย่าง “บ็อบ-วรุตม์ บราวน์” และ “เบ็น-วราวุฒิ บราวน์” ที่แสดงเสมือนพี่น้องตัวติดกันจริงๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าดีมาก และ “มารีญา พูลเลิศลาภ” – “เดน่า สโลซาร์” ที่แสดงในสองพี่น้องตระกูลเยตส์ได้ดีไม่แพ้กัน รับรองได้ว่าใครที่ได้ตามดูแล้วจะต้องตกหลุมรักมารีญามาขึ้นแน่นอน

นอกเหนือจากนี้ยังมีเรื่องของการหาสถานที่การถ่ายทำและการทำฉากบ้านอินจันและบ้านตระกูลเยตส์ไว้ได้เสมือนจริงมากๆ ทำให้เราดูแล้วไม่ขัดตาและดูสมจริง ซึ่งนี่เป็นส่วนสำคัญมากๆ เพราะถ้าเรื่องดีแต่สถานที่ไม่ดีก็อาจทำให้เนื้อหาไม่สมบูรณ์ได้นั่นเอง

มาถึงเนื้อเรื่องจริงๆ กันบ้าง

พูดถึงส่วนสำคัญในเรื่อง จุดเริ่มต้นของเรื่องแทนที่จะเลือกเล่าเรื่องราวของอินจันตั้งแต่เด็ก หรือการแสดงทั่วโลกในฐานะ “ตัวประหลาด” ในขณะนั้น แต่การหยิบเนื้อเรื่องมานำเสนอในฐานะรุ่น 3 ของกันตนาอย่าง “กัลป์ กัลย์จาฤก” กลับไม่ทำสิ่งนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เราอาจงงในช่วงแรกเล็กน้อย แต่ข้อดีในฐานะคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานเรื่องอินจันแน่นเลยก็คือเราสามารถดูได้อย่างไม่กังวลใดๆ ทั้งสิ้น

หลังจากการเล่าเรื่องการย้ายมาอยู่ที่เมืองเมาท์แอรี รัฐนอร์ทแคโรไลนา อินจันไม่ได้ถูกนำเสนอภายใต้แนวคิดของบุคคลที่มีลักษณธอันแปลกประหลาดอย่างที่ได้เกริ่นไป แต่ผู้กำกับกลับเลือกประเด็นและเส้นเรื่องให้เป็นการนำเสนอที่เป็น “บุคคลปกติธรรมดา” แน่นอนว่าพอได้ดูตอนแรก สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ คนเราทุกคนไม่มีใครที่เป็นคนปกติสำหรับคนอื่นหรอก แม้กระทั่งตัวเราเอง ฉะนั้นการยอมรับความแตกต่าง นี่ต่างหากคือสิ่งที่มนุษย์เราควรยอมรับซึ่งกันและกัน เหมือนที่อินอยากมีความรักกับซาร่าในฐานะมนุษย์คนหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใดๆ และนั่นคือสิ่งที่เขาควรได้รับในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

การถ่ายทำที่จอร์เจีย

แต่ในขณะที่เรื่องดำเนินไป แน่นอนว่าเส้นทางชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเรื่องได้เล่าถึงความเชื่ออันเก่าแก่และโบราณ ซึ่งผมก็กลับมาคิดได้อีกว่าในหลายๆ ครั้งความเชื่อเดิมๆ อาจจะใช้ไม่ได้ผลและวัดคุณค่าใครไม่ได้ด้วยซ้ำ กลับกันการวัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันต่างหาก นี่คือสิ่งที่สำคัญที่ทำให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านและเกิดความรักแก่กันและกันต่อไปในสังคมได้ด้วย นี่คือสิ่งที่ผมได้จากตอนแรกของเรื่องราวในอินจัน

ซึ่งจากการดูตอนแรกจบ เราก็พอวิเคราะห์ได้ว่าเนื้อเรื่องที่ภาพยนตร์ซีรีส์สื่อไม่ได้แค่เพียงดรามา หรือเรื่องราวความรักภายในเรื่อง แต่สิ่งที่พยายามจะสื่อคือเรื่องของความเป็นมนุษย์ที่เอาเข้าจริง ทุกคนมักจะมีอะไรที่ต่างกันเสมอ ขอแค่เพียงเปิดใจยอมรับและไม่ใช้มาตรฐานของสังคมในอดีตมาวัดว่าใครปกติหรือไม่ปกติ เพราะทุกคนมีจุดเด่นเป็นของตนเอง แม้กระทั่งตัวเราเองก็อย่าเอาข้อจำกัดของสังคมมาตีตราตัวเรา จงก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ไป เพื่อพัฒนาตนเองได้ในระยะยาว

การถ่ายทำที่ความโป๊ะเป็นศูนย์

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องราวกว่าจะมาเป็นอินจันไม่ใช่ง่ายๆ เพราะในครั้งนี้กันตนาทุ่มทุนโดยการรวมสรรพกำลังจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสียง ฝ่ายโปรดักชั่น และอีกหลายฝ่ายมาร่วมมือกันเนรมิตเรื่องราวที่เป็นมุมมองแตกต่างจากเดิม และการที่กันตนาหยิบเรื่องราวอินจันซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของคนไทยก็ถือว่าเสี่ยงพอสมควร

แต่นับว่ากันตนามีของในมือ นั่นก็คือเรื่องอินจันเองในรุ่นที่ 1 ของกันตนา (ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก) ได้จัดทำรายการโทรทัศน์สารคดีกึ่งละคร (Docu-drama) ความยาว 26 ตอน ตามรอยชีวิตของอินจันที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2534 ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ซึ่งจากตรงนี้เองก็ทำให้กันตนาและครอบครัวอินจันมีสายสัมพันธ์ผู้กพันกัน และจึงเป็นของที่นำมาต่อยอดในซีรีส์ชุดนี้

สำหรับการเลือกสถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้ ได้เลือกใช้สถานที่เนรมิตบ้านของอินจันและบ้านของตระกูลเยตส์ไว้ที่กันตนา ศาลายา และอีกบางส่วนได้ไปถ่ายทำที่รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้มุมภาพที่สมจริงและสวยงามมาก พร้อมกับดื่มดำสถานที่ที่แน่นอนว่าในช่วงโควิด-19 คงไม่ได้ไปแน่นอนอยู่แล้ว ก็จะได้เห็นบรรยากาศอันสวยสดงดงามมาก

การถ่ายทำที่จอร์เจีย

นอกเหนือจากนี้ อย่างที่เราบอก นี่คือการยกระดับของกันตนาภายใต้รุ่นที่ 3 ซึ่งจับมือกันพัฒนาคุณภาพงานให้ได้เหนือเกินคำบรรยาย และทำให้สามารถเข้าสู่สตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Disney+ hotstar ได้ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่กันตนาก้าวไปอีกขั้น เพราะหลายท่านอาจไม่ทราบว่ากันตนาอยู่คู่กันสังคมไทยมามากกว่า 70 ปี และแน่นอนว่าในปี 2564 เป็นปีที่ 70 พอดีด้วยนั่นเอง

และมีรากฐานในการยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยตั้งแต่ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์ สารคดี รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น การศึกษา จนไปถึงการเป็นผู้นำในโฆษณาและเทคโนโลยี Post Production นั่นเอง ซึ่งในเรื่องอินจันเองใช้เทคโนโลยีการถ่ายทำด้วยระบบเสียง 5.1 ที่ใช้ระบบเดียวกับมาตรฐานการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก และยังมีรายละเอียดต่างๆ เช่น สเปเชียลเอฟเฟกต์, การทำโพสโปรดักชั่นทั้งการทำ color grading และระบบเสียง ด้วยทีมโพสโปรดักชั่นของกันตนาที่มีความพร้อมและเป็นผู้นำในด้านนี้อีกด้วย ทำให้อิ่มเอมไปกับภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด

เราได้มีโอกาสพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ กับ “กัลป์ กัลย์จาฤก” ถึงการยกระดับภาพยนตร์ซีรีส์โดยนำมาใช้ในเรื่องอินจัน ก่อนที่เราจะเตรียมตัวดูเรื่องนี้ผ่านสตรีมมิ่งว่า “ซีรีส์เรื่องนี้ คือ การรวมพลังของทีมงานทุกฝ่ายของกันตนา ซึ่งที่ผ่านมาทีมโปรดักชั่นและโพสโปรดักชั่นของกันตนา ได้รับการยอมรับในระดับโลกและได้ทำงานร่วมกับผลงานภาพยนตร์ของต่างประเทศมากมาย ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของการรวมตัวกันเพื่อทำงานในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ระดับนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานที่จะสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมคอนเทนท์และโปรดักชั่นในประเทศไทยในโอกาสครบรอบ 70 ปีกันตนา”

การถ่ายทำที่หัวลำโพง

ทุกท่านสามารถรับชมภาพยนตร์ซีรีส์ “อินจัน” ได้ผ่านทาง Disney+ hotstar ทุกวันพุธ ตลอด 13 สัปดาห์ ตั้งแต่ 30 มิถุนายนเป็นต้นไป โดยสามารถสมัครและรับชมได้ผ่านทาง https://www.hotstar.com/th

Content Creator

CEO - SONGSUE MEDIA LAB : ชอบดูทีวี สนใจเรื่องราวของสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อทีวีและวิทยุ ชอบเขียนบทความ เป็นเด็กค่าย #YWC16

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า