fbpx

ครูรัก – ศรัทธา ผู้กำกับชื่อดัง เผย ชีวิตเคยเป็นโรคซึมเศร้า กลับสู่ชีวิตปกติได้เพราะ เด็กไร้โอกาส !! กับการตั้งคณะละครจิตอาสา

หากยังจำกันได้ เมื่อประมาณปลายปี 2561 ครูรัก – ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ ผู้กำกับอารมณ์ดีแห่งวงการบันเทิง เคยมีข่าวว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากพบกับปัญหาหลายสิ่งเข้ามาในชีวิตพร้อมๆ กัน ซึ่งครั้งนั้น ทำให้ ครูรัก ของเราจากคนที่เคยสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้าง กลับกลายเป็นคนที่ไม่มีรอยยิ้มและมองตัวเองไม่มีค่า จนถึงขนาดเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่แน่นอน ด้วยจิตใจที่ยังเข้มแข็ง บวกกับคนที่มองโลกว้างและรู้จักคำว่าให้มาตลอด ทำให้ครูรัก รู้จักกับเด็กไร้โอกาส มูลนิธิบ้านพระพร – คริสเตียน เรือนจำพันธกิจ และ เด็กไร้โอกาสกลุ่มนี้ คือคนที่คืนชีวิตปกติให้ครูรักของเรากลับมาสร้างความสุขและเห็นคุณค่าในตนเองอีกครั้ง จนเกิดคณะละครจิตอาสาในชื่อ “คณะละครนกกระจิบของพ่อ”

จุดเริ่มต้นของการทำคณะละครจิตอาสา คืออะไร ?

เปิดคำถามแรกแบบตรงไหนตรงมากับ ครูรัก – ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ จนได้คำตอบว่า จุดเริ่มต้นของการทำคณะละครจิตอาสา คือ ครูรักได้นำเงินไปบริจาคที่มูลนิธิบ้านพระพรซึ่งเป็นมูลนิธิเลี้ยงดูเด็กที่เกิดจากแม่ซึ่งถูกจำขังในเรือนจำ โดยมูลนิธิแห่งนี้ได้ดูแลเด็กกลุ่มนี้เป็นอย่างดี ทั้งการศึกษา ความเป็นอยู่ และจากที่ตนเองไปสัมผัส พบว่า เด็กกลุ่มนี้ยังขาดความรัก ความผูกพัน และพวกเค้าจะรอคอยให้ทุกคนกลับมาหา

“เด็กบ้านพระพร แม้จะได้รับการดูแลอย่างดี แต่ลึก ๆ เราสัมผัสได้ว่าพวกเค้ารู้สึกว่าตนเองไม่เคยได้รับความรักเต็มที่ เพราะเวลาเราไปหาเด็กเหล่านี้มักจะถามว่า เมื่อไรจะมาอีก และคำว่า เมื่อไรจะมาอีก จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เราคิดว่า ถ้ามาที่นี่ จะมาทำอะไรทุกอาทิตย์ เพราะถ้าให้นำเงินหรือซื้อขนม ซื้อของมาแจก เราก็คงไม่มีกำลังทรัพย์พอขนาดนั้น จึงเกิดไอเดียในการนำความสามารถและสิ่งที่เรามีอยู่ในตัวเอง คือ การแสดง มาตั้งคณะละครจิตอาสา โดยประกาศหาคนร่วมคณะละครผ่านทางโซเชียลมีเดีย”

หลังจากประกาศหาทีมทำคณะละครอาสา ก็มีคนสมัครเข้ามาจำนวนมากทั้งคนในวงการบันเทิง, ลูกศิษย์บ้าน AF, ผู้ปกครอง และเพื่อนๆ ในโซเชียล ครูรักเองบอกต่อว่าเมื่อทุกคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนเองทำ มันทำให้เรามีกำลังใจดี โดยละครเรื่องแรกที่เราไปแสดงให้เด็กในบ้านพระพรรับชม คือเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ โดยทุกคนในคณะละครตั้งใจซ้อมกันมาก ส่วนตนเอง เขียนบท แต่งเพลง เพื่อให้เด็ก ๆ บ้านพระพรฯ เค้ามีความสุข และได้ข้อคิดดี ๆแฝงไปด้วยเมื่อชมละครเวทีจบ

ทำไมต้องชื่อว่า “คณะละครนกกระจิบของพ่อ”

ครูรักบอกว่าคำว่า “นกกระจิบ” คือ นกตัวเล็ก ๆ ที่สร้างรังแต่พอตัว แต่ถ้านกมันมาอยู่รวมกันหลายตัวก็กลายเป็นรังที่ใหญ่ขึ้นมาได้ ซึ่งก็เหมือนกับ คณะละครตนเอง ที่ ตนเองและทุกคน เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในสังคม ที่เมื่อมารวมตัวกันเพื่อสร้างสิ่งดี ๆที่เชื่อว่าจะต่อยอดให้เกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่ได้ ส่วนคำว่า “ของพ่อ” มาจากที่ตนเองต้องการระลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เคยให้แนวทางของการทำความดี จิตอาสา และความพอเพียง ดังนั้นคำว่า นกกระจิบของพ่อ คือ การรวมตัวพลังเล็ก ๆเพื่อสร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมตามความถนัดของตนเองโดยไม่ต้องสิ้นเปลื้องนั้นเอง

คิดว่าคณะละครนกกระจิบของพ่อ ให้อะไรกับผู้ให้และผู้รับบ้าง ?

คำถามนี้ ครูรัก ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า การทำคณะละครอาสานี้ แน่นอนว่า ผู้ให้ จะได้รับความสุขของการเป็นผู้ให้ โดยเฉพาะเด็ก ๆที่มาร่วมแสดงละคร พวกเค้าจะรู้จักการมีน้ำใจ ที่สำคัญมองเห็นค่าของคนที่ขาดโอกาสกว่าตนเอง และยังได้พัฒนาศักยภาพความสามารถด้านการแสดงควบคู่ไปด้วย ในขณะเดียวกันด้านเด็กในบ้านพระพร หรือเด็กในมูลนิธิที่ตนเองไปแสดง ในฐานะผู้รับ พวกเค้าได้รับความสุข ความรัก และทำให้เกิดรอยยิ้ม ที่สำคัญพวกเค้ามีความหวังในการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในสังคม”

หากพูดว่าเด็กไร้โอกาส เป็นวัคซีนให้ครูรักหายจากโรคซึมเศร้าได้หรือไม่ ?

ครูรัก บอกว่า “หากจะพูดแบบนั้นก็ได้ เพราะเมื่อตนเองได้มาทำคณะละครนกกระจิบของพ่อ ที่แม้ใน 1 เดือน จะแสดงเพียงแค่ 2 ครั้ง คือ ที่บ้านพระพร และบ้านทานตะวัน ทำให้ตนเองได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะการเห็นรอยยิ้ม และ ความหวังของเด็ก ที่รอคอยตนเองและกลุ่มคณะละคร ที่สำคัญ ตนเองเชื่อว่า เด็กในมูลนิธิ มองว่า พวกเราคือ เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นไอดอลและแรงบันดาลใจให้พวกเค้า ดังนั้นการใช้ศิลปะจึงถือเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการกล่อมเกลาจิตใจเด็กไร้โอกาส ที่จะเติบโตไปสู่สังคมข้างหน้า

ทั้งนี้ ครูรัก ได้บอกทิ้งท้ายว่า ตอนนี้แม้ตนเองจะหายหน้าหายตาไปจากหน้าจอบ้าง แต่ยังมีผลงานกำกับการแสดงละครเวที “สูตรเสน่หา เดอะมิวสิคัล” นำแสดงโดย เชียร์ – ฑิฆัมพร และ เก้ง – เขมวัฒน์ พร้อมเปิดม่านการแสดงในวันที่ 27 กันยายนนี้ และเร็ว ๆนี้จะมีผลงานละครมาให้แฟนๆ ได้ชม แต่สุดท้ายสำหรับคณะละครนกกระจิบของพ่อ คุณรักได้บอกว่า “ต่อให้ผมตายไป แต่อย่าให้คณะละครนี้ตายไปนะ”

Content Creator

ทีมกองบรรณาธิการเว็บไซต์ส่องสื่อ - สื่อที่จะสะท้อนสื่อด้วยกันเอง เพื่อมาตรฐานสื่อที่มีคุณภาพ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Social Network Cookies

    ใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ลักษณะการเก็บข้อมูลจะมีเพียงแค่ข้อมูลในเชิงของภาพรวมทั้งหมด ตัวเลขจำนวนผู้เข้าชม จำนวนหน้าที่ดูทั้งหมดแต่ละข่าว/บทความ ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วไป รวมไปถึงใช้เพื่อเก็บพฤติกรรมการใช้งาน รวมไปถึงการกดลิ้งก์ต่างๆ การเลือกชมเนื้อหา และแชร์ ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ข้อมูลและการยิงโฆษณาจะเกิดขึ้นโดย Modernist Studio เท่านั้น เราไม่มีนโยบายในการส่งต่อกลุ่มเป้าหมายของเราให้กับแบรนด์ เอเจนซี หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ เพื่อกระทำกับกลุ่มเป้าหมายของเราโดยไม่ผ่านการดูแลจากทีมงาน Modernist Studio

บันทึกการตั้งค่า